ประวัติศาสตร์ชวนสงสัย: ทำไมสัตว์ในโลกแห่งงานศิลปะ ถึงมีอย่างแพร่หลาย?

Inspiration

ประวัติศาสตร์ชวนสงสัย: ทำไมสัตว์ในโลกแห่งงานศิลปะ ถึงมีอย่างแพร่หลาย?

แก้ไขล่าสุดเมื่อ : 06/08/2569

:

Share on FacebookShare on XShare on LINE

มนุษย์นำสัตว์มาใช้ในงานศิลปะตั้งแต่สมัยเกือบจะจุดเริ่มต้นของกาลเวลา จนถึงปัจจุบัน สิ่งมีชีวิตเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจและกระตุ้นให้เกิดการสร้างงานศิลปะเป็นวงกว้าง

bears sculpture central park
bears sculpture central parkภาพโดย Warren Eisenberg

ณ เมืองนิวยอร์กปีก่อนหน้า ทางชุมชนระแวกนั้นเกิดไอเดียนำรูปปั้นของสัตว์ต่างๆอันเป็นที่รักของชุมชนออกจากสวนสาธารณะและสนามเด็กเล่น

เป็นเรื่องเป็นราวขนาดที่ว่าทางเมืองนิวยอร์กได้สร้างพื้นที่สำหรับโละทิ้งรูปปั้นเหล่านั้น ซึ่งรูปปั้นจะถูกย้ายไปยัง "สวนพักพิกสำหรับรูปปั้นสัตว์เกษียณแห่งเมืองนิวยอร์ก" แห่งแรก ใน Flushing Meadow–Corona Park นี่เป็นหลักฐานว่าแค่ประชากรบางกลุ่มที่ไม่พอใจกับบางสิ่งก็ทำเรื่องที่น่าตกใจให้เกิดขึ้นได้

ไม่แปลกใจที่ชาวเมืองจะยึดติดกับงานศิลปะเกี่ยวกับสัตว์ เพราะอันที่จริงแล้วศิลปะภาพสัตว์มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและหลากหลายที่รวมถึงงานศิลปะแบบคลาสสิค เช่นเดียวกับสถาปัตยกรรมและการประดับตกแต่งแฟชั่น ศิลปินหลายๆท่านใช้สัตว์ที่ยังมีชีวิตในการสร้างผลงานของพวกเขาอีกด้วย การเลือกใช้สัตว์เป็นตัวแทนในงานศิลปะ ยังสะท้อนแนวคิดเดียวกับการเล่าเรื่องผ่านภาพ (Visual Storytelling) ที่ช่วยส่งต่ออารมณ์ ความหมาย และมุมมองของผู้สร้างสรรค์

ย้อนกลับไปมื่อ 45,000 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงปัจจุบัน ภาพวาดของสัตว์ที่เป็นรูปลักษณ์หรือเสมือนจริง และสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ต่างได้เกิดขึ้นในทุกวัฒนธรรมและทุกช่วงเวลาของประวัติศาสตร์

แต่ก็เหมือนกันงานศิลปะประเภทอื่นๆ งานศิลปะจากสัตว์เองก็มีช่วงนำสมัยและล้าสมัยเช่นเดียวกัน

animals in lascaux cave
paradise painting 1530
circus scene pablo picasso
ภาพโดย thipjang, The Art Archive/Shutterstock (Enterprise), และ Harper Collins Publishers/Shutterstock (Enterprise)

ในเมืองนิวยอร์กนั้น รูปปั้นสัตว์ต่างๆเพื่อใช้ประดับตกแต่งและวัตถุทางศิลปะได้หลุดจากวงโคจรแฟชั่นทั้งศิลปะสมัยใหม่และศิลปะร่วมสมัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ทำไมผู้คนถึงยังรักการสร้างสรรค์และชื่นชมงานศิลปะจากสัตว์อยู่?

ประวัติศาสต์โดยย่อของศิลปะภาพสัตว์

ผลงานชิ้นแรกของศิลปะรูปลักษณ์ (งานศิลปะที่เกี่ยวกับสิ่งที่จดจำได้) เป็นภาพสัตว์: หมูซูลาเวซี (Sulawesi) ไม่ต่ำกว่า 45,500 ปีที่แล้ว มนุษย์ใช้ดินสีเหลืองในการวาดหมูขึ้นมา ภาพวาดหมูเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนรูปอื่นในยุโรปมากกว่า 5,000 ปี 

แต่ภาพการใช้ชีวิตของคนเก็บของป่าล่าสัตว์ในถ้ำจากอินเดียถึงจีนมีความเป็นไปได้ว่านานกว่านั้น

Screen Shot 2022 07 08 at 5.02.21 PM
ภาพโดย spatuletail, Bruno M Photographie, Sahil Ghosh, และ EcoPrint

ในยุโรป เราจะเห็นประติมากรรมสิงโตมนุษย์ที่ชื่อว่า The Lion Man of Hohlenstein Stadelin เมื่อ 35,000-40,000 ปีก่อนคริสตกาล เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีหัวเป็นสิงโต ร่างกายเป็นมนุษย์

ตุ๊กตาสิงโต Löwenmensch คืองานประติมากรรมถูกแกะสลักจากงาช้างแมมมอธและได้รับการนับถือกันอย่างแพร่หลายว่าเป็น Zoomorphic (สัตว์ที่มีรูปร่าง) ที่เก่าที่สุดในโลกที่เคยมีมา

ศิลปะรูปลักษณ์สัตว์เกิดขึ้นต่อเนื่องจากวัฒนธรรมต่างๆไม่ว่าจะอียิปต์ เมโสโปเตเมีย จีน ไปจนถึงอเมริกากลาง

แนวคิดด้านศิลปะภาพสัตว์ดำเนินมาจนถึงช่วงยุคกลาง แต่มีการเปลี่ยนแปลงให้ใช้สัตว์ในเชิงสัญลักษณ์ต่างๆโดยจะปรากฏในผลงานที่เกี่ยวกับศาสนาอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะส่วนขอบของเอกสารตัวเขียนสีวิจิตรที่เป็นลายลักษณ์อักษร

ในช่วงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา งานศิลปะเกี่ยวกับภาพสัตว์เริ่มการแบ่งแยกเป็นสองฝั่งระหว่างนักอนุรักษ์นิยม กลุ่มคนที่ต้องการที่จะสร้างงานศิลปะที่มุ่มเน้นความสมจริงสูงกับอีกกลุ่มที่ต้องการสำรวจกลยุทธ์ใหม่ๆที่ต่างจากแบบดั้งเดิม

กลุ่มของโรงเรียนศิลปะ Animalier (หรือกลุ่มขับเคลื่อนสัตว์) ได้เกิดขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ถึงปลายศตวรรษที่ 19 ได้ใช้รูปลักษณ์สัตว์หลายรูปแบบในการสร้างชิ้นงาน กลุ่มขับเคลือนนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ปารีส ฝรั่งเศส และอิตาลี และสาขาอีก 2-3 แห่งในอังกฤษ เยอรมัน และอเมริกาเหนือ

Screen Shot 2022 07 08 at 5.02.26 PM
ภาพโดย Alessandro Cristiano, Morphart Creation, goga18128, และ meunierd

สัตว์มีชีวิตในงานศิลปะของยุคร่วมสมัย

มีคนกลุ่มหนึ่งคิดสร้างผลงานแนวสถิตยศาสตร์ (Surrealism) กับผลงานของ Salvador Dali โดยนำผลงาน Proto-installaion มาผสมกับรถแท็กซี่ กลายเป็น Rainy Taxi โดยมีหอยทากเป็นๆกับพืชพรรณต่างๆที่ถูกรดน้ำมาจากหลังคารถแท็กซี่ดัดแปลง

ศิลปินหลายๆท่านจึงได้นำสัตว์ที่ดูมีชีวิตมาใช้ในชิ้นงานอยู่เรื่อยๆ ปัจจุบันการสร้างภาพจาก AI ยังเปิดโอกาสให้ครีเอทีฟทดลองแนวคิดเกี่ยวกับสัตว์ รูปแบบศิลปะ และจินตนาการที่อาจสร้างขึ้นได้ยากด้วยวิธีดั้งเดิม

dali rainy taxi
ภาพโดย savas_bozkaya

หนึ่งในการเคลื่อนไหวทางศิลปะที่เกี่ยวข้องกับสัตว์สุดโด่งดังเกิดจากคุณ Jannis Kounellis ชาวกรีก ซึ่งผลงานชิ้นเอกของเขาในปี ค.ศ.1969 ซึ่งประกอบไปด้วยม้าราว 12 ตัวถูกผูกไว้กับกำแพงของ Galleria l'Attico ในกรุงโรม

สัตว์จะถูกจองจำและมัดอยู่ข้างกำแพง พละกำลังและรูปทรงทางกายภาพของสัตว์ส่งผลต่อผู้เยี่ยมชมงานอย่างมาก สัตว์เหล่านี้ถูกนำเสนอในแง่มุมความแตกต่างจากสิ่งที่เห็นในภาพวาดและสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งความรู้สึกที่เห็นต่างกันราวฟ้ากับเหว

งานแสดงถูกจัดขึ้นอีกครั้งที่ เวนิส เบียนนาเล่ (Venice Biennale) ปี 1976 งานชิ้นนี้เป็นผลงานสุดโด่งดัง น่าจดจำและบ่งบอกถึงกาลเวลาได้ชัดเจน

การออกจากกรอบเดิมๆของศิลปะภาพสัตว์–ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย

ศิลปะร่วมสมัยไม่ได้ให้ค่ากับสัตว์มากเท่ากับการใช้ในการอุปมา ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีใหม่อย่าง Generative AI ก็เข้ามาเป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยให้ศิลปินและครีเอทีฟทดลองสร้างภาพในรูปแบบใหม่ ๆ ลองนึกถึง Damien Hirst กับผลงานฉลามอันโด่งดัง หรือไม่ก็ Banksy กับงานกราฟฟิตี้หนูของเขา 

Koons ใช้หงส์ ลิง กระต่าย และสุนัข ส่วน Beth Cavenar ใช้ กระต่าย ผ้าปู แพะ และเสือภูเขา ศิลปินเหล่านี้สร้างความแตกต่างในอาชีพโดยการทำงานที่มีสัตว์มาเกี่ยวข้อง

Screen Shot 2022 07 08 at 5.02.33 PM
ภาพโดย Viacheslav Lopatin, Dolores Giraldez Alonso, และ Alastair Wallace

Hirst รู้เรื่องเกี่ยวกับสัตว์ที่ตายแล้วดีที่สุด สังเกตจากตู้แสดงชุดประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติ (โดยมี ฉลาม แกะ และวัวถูกคงสภาพไว้ในสารฟอร์มาลดีไฮด์) แม้ผลงานทางกีฏวิทยาของเขามีมากมายหลากหลาย แต่มีเพียงสองชิ้นงานที่ทำให้เขาโด่งดัง ทั้งสองชิ้นงานเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1991 ซึ่งสัตว์ที่นำไปแสดงโชว์นั้นเคยมีชีวิตอยู่ในตอนแรก

i am 1995 hirst
beheading of john the baptist damien hirst
ภาพโดย Stephen Chung/LNP/Shutterstock และ Ray Tang/LNP/Shutterstock

ในผลงานชื่อ A Thousand Years  Hirst ได้นำหัววัวที่ถูกตัดออกใส่ไว้ในตู้กระจก มันเน่าและเต็มไปด้วยหนอน ตลอดเวลาการทำงานของเขา หนอนเริ่มกลายเป็นแมลงวันบินอยู่ด้านบนของตู้ ซึ่งก็ถูกฆ่าด้วยเครื่องดักแมลงวัน

คอนเซ็ปต์ผลงาน In and Out of Love ก็คล้ายกัน ซึ่งประกอบไปด้วยผีเสื้อนับพันตัวที่กำลังเกิดจากดักแด้ มีชีวิตอยู่เพียงชั่วครู่ และตายจากไปภายในพื้นที่จัดแสดง ผลงานทั้งสองแบบนี้ได้เน้นย้ำให้เห็นถึงกระบวนการมีชีวิตและการเปลี่ยนแปลงของแมลงรอบๆ และกลายเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณในท้ายที่สุด

Cavenar ประติมากรร่วมสมัย สร้างหุ่นรูปสัตว์ขนาดเท่าตัวจริงที่เต็มไปด้วยอารมณ์และการมีชีวิตอยู่ ในการให้สัมภาษณ์ ศิลปินเล่าว่า “การดิ้นรนต่อสู้ทั้งทางกายและจิตใจของพวกมัน ร่างกายแสดงถึงความไม่พอใจต่อแนวโน้มของมนุษย์ที่มีต่อความโหดร้ายและการขาดความเข้าใจ บางสิ่งที่มีจิตสำนึกและการตื่นรู้ก็ถูกเฝ้ามองผ่านท่าทางและการแสดงออก คำเชื้อเชิญและการตำหนิติเตียน”

ผลงานของเธอได้แก่ ลิงที่ถูกล่ามไว้กับหมาป่า กระต่ายนอนหงายเอนกาย และงูสักลายฝังเขี้ยวลงในกระต่าย

ในอีกหนึ่งการให้สัมภาษณ์ เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า “ฉันใช้ร่างกายของสัตว์เพื่อแทนอารมณ์และความคิดของมนุษย์...สัตว์เหล่านี้ก็เหมือนคนเรา มีไหปลาร้า สะดือ และอวัยวะสืบพันธ์ ซึ่งส่วนต่างๆของร่างกายนั้นไม่ได้เป็นของสัตว์เหล่านี้ และด้วยท่าทางและวิธีแสดงออกที่ง่ายและต่างจากมนุษย์โดยสิ้นเชิง”

shutterstock editorial 5898167bf
ภาพโดย Eileen Tweedy/Shutterstock (Enterprise)

สุดท้ายอะไรคือสิ่งที่ทำให้ศิลปะสัตว์แพร่หลาย

สำหรับบางคน มันคือสเน่ห์โดยทั่วไปของสัตว์ สำหรับบางคน มันเกี่ยวกับการใช้สัตว์เป็นพาหนะเพื่อแสดงถึงความซับซ้อนทางอารมณ์และความคิด เช่นเดียวกับภาพถ่ายในโลกของ Stock Content ภาพสัตว์ยังคงเป็นหนึ่งในหมวดหมู่ที่สามารถสร้างอารมณ์ เชื่อมโยงกับผู้ชม และนำไปใช้ในการเล่าเรื่องของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสำหรับศิลปินบางคนคงเพียงเพราะพวกเขาเชื่อว่าสัตว์เหล่านั้นงดงาม

ฉันได้สร้างงานศิลปะขึ้นมาจากสัตว์เพราะฉันเชื่อมโยงเรื่องราวของสัตว์เข้าด้วยกัน การฝึกฝนงานศิลปะของฉันมีการวาดภาพสัตว์และประติมากรรมสัตว์ ประติมากรรมสัตว์พวกนี้มาจากสัตว์ที่ฉันเคยเจอหรือสัมผัสเช่น ช้างชื่อเอลลี่ หรือ สัตว์ที่มีเรื่องราวที่ให้แรงบันดาลใจกับฉันในด้านอื่นๆ เช่น แมวน้ำชื่อว่าเฮอร์เชล

ในบรรดาสัตว์ทั้งหมด ฉันเรียกพวกมันว่าเจ้าอ้วน เพราะขนาดตัวที่อ้วนใหญ่ที่มีหน้าที่เป็นสายพันธ์ุที่สำคัญ สายพันธ์ุเหล่านี้คือสิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างระบบนิเวศเพียงการเป็นตัวของพวกมันเอง

สรุปคือฉันคิดว่าเจ้าพวกอ้วนที่เป็นสัตว์สายพันธ์สำคัญของระบบนิเวศเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างโลกที่ดีกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้น พวกนี้ยังแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ฉันเชื่อว่าเป็นบทเรียนที่มีค่าของมนุษย์และเราสามารถช่วยโลกนี้ได้ด้วยการเป็นตัวของเราเอง

แต่ฉันก็สงสัยว่าทำไมฉันถึงชอบวาดสัตว์เหล่านี้มากนัก และคำตอบสำหรับฉันคือการนึกย้อนไปถึงสัตว์ในสนามเด็กเล่นในนิวยอร์ก ฉันเชื่อมโยงกับสัตว์เหล่านั้นบนระดับรากหญ้า โดยที่ฉันไม่ได้เชื่อมโยงกับพวกมันในเชิงศิลปะใดๆเลย

อาจจะเพราะสมองโบราณๆของฉัน(ผู้เขียน)ยังไม่เปลี่ยนไปเสียที

cardinal rolins lapdog
ภาพโดย Gianni Dagli Orti/Shutterstock (Enterprise)

บทความโดย: Animals in Art: Why the Pervasive Subject Matter?

บทความนี้เรียบเรียงโดย ณัฐนนท์ อุทัย (บิว น้องฝึกงาน)

facebook iconig icontiktok iconyoutube iconlinkIn iconline iconemail icon
Copyright Number 24 Co.,Ltd. All right reserved.
เวอร์ชั่น 1.2.78