ฝึก AI ใช้อย่างแฟร์ ด้วยผลงานถูกสิทธิ์
Business
ฝึก AI ใช้อย่างแฟร์ ด้วยผลงานถูกสิทธิ์
ถ้าคุณเป็นคนทำงานครีเอทีฟ ไม่ว่าจะเป็นนักวาด นักออกแบบ ช่างภาพ ครีเอทีฟโฆษณา หรือใครก็ตามที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน ตอนนี้คุณอาจกำลังรู้สึกว่าโลกเปลี่ยนเร็วขึ้นมาก โดยเฉพาะเมื่อ AI เข้ามามีบทบาทแทบทุกขั้นตอน
คำถามสำคัญคือ AI ที่ฉลาดขึ้นทุกวันนั้นเรียนรู้จากผลงานของใคร? หรือพูดให้ชัดกว่านั้นคือ AI เหล่านี้ “ฝึก” ตัวเองจากผลงานของใครกันแน่? และถ้าผลงานนั้นเป็นของคุณ คุณจะได้รับสิทธิอะไรบ้าง?
รายงาน AI & Creativity Report 2025 จาก D&AD ร่วมกับ Shutterstock และพันธมิตรอีกหลายเจ้าทั่วโลก ได้ลงลึกในประเด็นนี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องการใช้ผลงานของครีเอเตอร์ในการ ฝึก AI ทั้งด้านการมองเห็น (Computer Vision) และการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ (Generative AI) และนี่คือ 7 ประเด็นสำคัญที่คนทำงานครีเอทีฟทุกคนควรรู้
1.การฝึก AI กำลังเรียนรู้จาก “ผลงานของคุณ” โดยไม่ขออนุญาต
มากกว่า 91% ของผู้ร่วมวิจัยจาก 55 ประเทศ แสดงความกังวลอย่างมากเรื่องจริยธรรมของ AI โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า โมเดล AI ต่าง ๆ ถูก ฝึก AI ด้วยภาพ เสียง ข้อความ หรือสไตล์ของศิลปินและครีเอเตอร์ที่ไม่ได้รับโอกาสหรือสิทธิ์ในการปกป้องผลงานของตัวเองเลย นั่นหมายความว่า AI อาจใช้ผลงานของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว และไม่มีการชดเชยหรือยินยอมอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่คนทำงานสายสร้างสรรค์ไม่ควรมองข้าม
2. ใครเป็นเจ้าของผลงานที่สร้างด้วย AI?
ทุกวันนี้มีคำถามที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในวงการครีเอทีฟ ว่า “ถ้าแคมเปญโฆษณาที่ประสบความสำเร็จ ใช้ AI สร้างงานไปแล้วกว่า 80% ใครควรได้เครดิต?”
เรื่องนี้ไม่ใช่เล่น ๆ เพราะหลายครั้งงานที่สร้างด้วย AI อาจเกิดจาก prompt ที่ไม่มีความเฉพาะเจาะจง หรือใช้สไตล์ของศิลปินหลายคนมาผสมกัน โดยไม่ได้บอกเลยว่าได้แรงบันดาลใจมาจากใคร
ยิ่งไปกว่านั้น โมเดลที่ใช้ ฝึก AI ก็เรียนรู้จากผลงานของศิลปินจริง ๆ ทั้งภาพ เสียง หรือแม้แต่สไตล์การออกแบบ โดยที่เจ้าของผลงานไม่เคยรู้ หรือไม่เคยยินยอมให้เอาไปใช้
ทั้งหมดนี้เลยทำให้เกิดคำถามว่า “ใครเป็นเจ้าของตัวจริงของผลงานที่สร้างจาก AI” กลายเป็นประเด็นที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน และอาจเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องลิขสิทธิ์ในอนาคตไปเลย
3. AI ต้องไม่ลำเอียง และเคารพความหลากหลาย
เวลานำ AI มาใช้สร้างคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นภาพ ตัวละคร หรือเนื้อหาถ้า AI ถูก ฝึก ด้วยข้อมูลที่ซ้ำ ๆ เดิม ๆ หรือมาจากมุมมองแคบ ๆ ของคนกลุ่มเดียว มันก็อาจจะมีอคติเกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัว
เช่น
- แสดงภาพผู้หญิงเป็นพยาบาล ผู้ชายเป็นนักธุรกิจอยู่ตลอดเวลา
- หรือนำเสนอคนบางเชื้อชาติในภาพลักษณ์แบบเดิม ๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ถ้าอยากให้ AI สร้างงานที่หลากหลายและเป็นธรรม การ ฝึก AI ต้องระวังเรื่องพวกนี้ให้มาก โดยควรใช้วิธีดังนี้
- ใช้ข้อมูลที่มีความหลากหลาย ทั้งในแง่เชื้อชาติ เพศ อายุ และวัฒนธรรม
- หลีกเลี่ยงการทำซ้ำอคติหรือเหมารวม (stereotype) ที่สังคมเคยมีมาก่อน
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเราอยากให้ AI มองโลกอย่างเข้าใจและให้เกียรติทุกคน เราก็ต้องเริ่มจากการสอนมันให้ดีตั้งแต่ต้นนั่นแหละ
4. ลูกค้าเริ่มคิดว่า AI ทำแทนคนได้แล้ว
ตอนนี้หลายเอเจนซี่เริ่มเจอสถานการณ์คล้ายกันก็คือ ลูกค้าต่อราคาเพราะคิดว่า “ในเมื่อใช้ AI ช่วยได้ ทำไมยังต้องจ่ายเท่าเดิม?”
มุมมองแบบนี้กำลังเป็นความเสี่ยงใหญ่สำหรับคนทำงานครีเอทีฟ เพราะถ้าเราไม่สามารถอธิบายให้ลูกค้าเห็นว่า “ความคิดสร้างสรรค์” มันมีคุณค่าเกินกว่าที่ AI จะลอกเลียนได้ งานของเราก็จะถูกมองว่าแทนที่ได้ง่าย ๆ และสุดท้ายราคาก็จะถูกลงเรื่อย ๆ
ยิ่งตอนนี้หลายบริษัทใช้ผลงานเก่า ๆ ไป ฝึก AI แล้วสร้างงานใหม่แบบไม่ต้องจ้างทีมสร้างสรรค์ นี่เลยยิ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องยืนหยัด และสื่อสารให้ชัดว่าความคิดของคนยังสำคัญอยู่เสมอ
5. ตอนนี้โลกยังไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจน
ในยุคที่ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานสร้างสรรค์ คำถามสำคัญหลายข้อยังไม่มีคำตอบแน่ชัด เช่น
- ใครควรได้รับเครดิตจากงานที่ใช้ AI สร้าง?
- ต้องบอกไหมว่าใช้ AI ช่วยทำ?
- แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเครื่องมือที่ใช้อยู่ ปลอดภัยเรื่องลิขสิทธิ์?
ตอนนี้ยังไม่มีมาตรฐานสากลที่เป็นรูปธรรม ทำให้หลายคนเริ่มกังวลว่าอนาคตจะจัดการกับเรื่องสิทธิ ความเป็นเจ้าของ และความโปร่งใสยังไงดี
รายงาน AI & Creativity 2025 แนะนำว่าทางออกที่ดีตอนนี้คือการทำ “Creative Contract” หรือข้อตกลงร่วมกัน ระหว่างทีมครีเอทีฟกับลูกค้า เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้น เช่น
- แจ้งให้ชัดว่าชิ้นไหนหรือส่วนไหนในงานที่ใช้ AI
- ให้เครดิตกับคนสร้างผลงาน ไม่ใช่ให้เครดิตแค่ AI model
- เลือกใช้เครื่องมือที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง เช่น Shutterstock หรือแพลตฟอร์มที่ให้ความสำคัญกับสิทธิของศิลปิน
ทั้งหมดนี้ไม่ได้แค่เพื่อความปลอดภัยทางกฎหมาย แต่ยังช่วยรักษาคุณค่าและความเป็นมืออาชีพของคนทำงานสร้างสรรค์ด้วย
6. ความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริง ยังเป็นของมนุษย์
AI อาจช่วยเราทำงานได้เร็วขึ้น แต่ยังไม่เข้าใจ “ความเป็นมนุษย์” อย่างแท้จริง มันไม่รู้จักรสนิยมแบบไทย ๆ ไม่เข้าใจวัฒนธรรมแต่ละที่ หรือแม้แต่ความรู้สึกเล็ก ๆ ที่แฝงอยู่ในงานสร้างสรรค์
ทั้งหมดนี้ยังต้องใช้ “หัวใจของคน” อยู่เสมอ นี่คือสิ่งที่เราต้องรักษาไว้ ไม่ใช่ปล่อยให้ของที่ดูเหมือนจะเก่ง แต่ไม่มีหัวใจ มาทำให้คนเข้าใจผิดว่านั่นคือ “ความคิดสร้างสรรค์”
7. ถึงเวลา “เขียนกติกาใหม่” เพื่อปกป้องงานของเรา
เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาเร็วกว่า “กติกา” ที่มีอยู่ในตอนนี้ คนทำงานสร้างสรรค์จึงตกอยู่ในสถานะที่เปราะบางกว่าที่เคย หลายคนไม่รู้ว่าผลงานของตัวเองถูกนำไปใช้ ฝึก AI ตั้งแต่เมื่อไร ใครเป็นคนเอาไปใช้ และถูกใช้ในรูปแบบไหนบ้าง ในขณะที่เจ้าของผลงานตัวจริงกลับไม่ได้มีโอกาสปกป้องสิทธิของตัวเองเลย
ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องลุกขึ้นมาปกป้องผลงานของตัวเอง ไม่ใช่ด้วยการต่อต้านเทคโนโลยี แต่ด้วยการ “ร่วมกันเขียนกติกาใหม่” ให้โลกนี้มีระบบที่ชัดเจน โปร่งใส และยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย
ระบบที่บอกให้รู้ว่า
- ผลงานไหนใช้ AI หรือมนุษย์ทำ
- ใครเป็นเจ้าของเครดิต
- ใครมีสิทธิ์ในการใช้งาน
- และการฝึก AI ต้องขออนุญาตจากใครบ้าง
เราต้องช่วยกันผลักดันให้วงการสร้างสรรค์ยังคงมีพื้นที่ที่ให้คุณค่าแก่ “คน” ไม่ใช่แค่ปล่อยให้เทคโนโลยีเข้ามากำหนดทุกอย่าง โดยไม่มีขอบเขตหรือความรับผิดชอบ
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่อย่างน้อยที่สุด เราต้องเริ่มเพื่อให้คนรุ่นต่อไปยังมีพื้นที่ปลอดภัยในการสร้างสรรค์ และยังมีอาชีพนี้ให้ภาคภูมิใจ
ถ้าอยากใช้ AI ที่ถูกลิขสิทธิ์ Shutterstock AI ช่วยคุณได้ ติดต่อ Number 24 แล้วเริ่มสร้างสรรค์งานด้วยเทคโนโลยีที่เคารพสิทธิของครีเอเตอร์อย่างแท้จริงที่
Inbox : http://m.me/number24.co.th
LINE Official Account : https://line.me/R/ti/p/@klj9484n
Instagram : https://www.instagram.com/number24.co.th
Website : https://number24.co.th/
บทความคล้ายกัน
