Mood board คืออะไรทำไมถึงสำคัญกับการทำงาน?
Inspiration
Mood board คืออะไรทำไมถึงสำคัญกับการทำงาน?
หลายคนอาจเคยสงสัยว่า Mood Board คืออะไร และทำไมถึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานออกแบบ งานสาย[ครีเอทีฟ] ไปจนถึงการจัดอีเวนต์ แท้จริงแล้วมันคือเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยรวบรวมแรงบันดาลใจและจัดระเบียบความคิดสร้างสรรค์ของคุณให้อยู่ในกรอบที่ชัดเจน ทำให้ภาพรวมของงานออกมาตรงตามบรีฟมากที่สุด บทความนี้ Number 24 พาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการของ Shutterstock ในประเทศไทย จะพาคุณไปทำความรู้จักกับเครื่องมือนี้อย่างเจาะลึก พร้อมแนะนำวิธีการสร้างมูดบอร์ดที่จะช่วยเปลี่ยนไอเดียที่ล่องลอยให้กลายเป็นภาพที่ทุกคนเข้าใจตรงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาพโดย Julie julie, annokhotska, และ Jana Kollarova
Mood Board คืออะไร
Mood Board คือ เครื่องมือที่ช่วยให้นักออกแบบและทีมงานเห็นภาพรวมของงานชัดเจนขึ้น เป็นพื้นที่ที่ทุกแรงบันดาลใจถูกนำมารวมไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น โทนสี ตัวอย่างวัสดุ ภาพถ่าย ภาพตัดต่อ กราฟิก ฟอนต์ตัวอักษร และองค์ประกอบอื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยสื่อสาร "อารมณ์" และ "ทิศทาง" ของโปรเจกต์นั้นๆ
แม้ว่าองค์ประกอบบางอย่างไม่มีความเข้ากัน หรือถูกจับมารวมกันมั่ว ๆ จนดูซับซ้อน แต่ท้ายที่สุดแล้ว Mood board จะทำให้สิ่งนี้ไม่ซับซ้อนในที่สุด เหมือนกับแผนที่ความคิด (Mind map) ที่ค่อย ๆ เล่าเรื่องไปอย่างช้า ๆ ในหัวของทุกคนในทีมร่วมกัน
ประโยชน์ของการสร้าง Mood board
เคยสงสัยไหมว่าทำไมเราต้องเสียเวลาสร้างมูดบอร์ดก่อน แทนที่จะนำเวลาไปลงมือทำงานเลยตั้งแต่ต้น นั่นก็เพราะว่า Mood Board คือเครื่องมือสุดแสนมีประโยชน์ต่อขั้นตอนการออกแบบ โดยมีข้อดีหลักๆ ดังนี้
-
จัดการไอเดียที่กระจัดกระจาย: ในการทำงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไอเดียหลายอย่างมักจะล่องลอยอยู่ในหัว การมีมูดบอร์ดจะเป็นพื้นที่ส่วนรวมในการตีกรอบและจัดระเบียบไอเดียเหล่านั้น
-
กำหนดทิศทางและธีมงานที่ชัดเจน: เป็นเหมือนขั้นตอนการวางแผนก่อนลงมือปฏิบัติจริง ช่วยให้ระบุได้ว่าธีมของงานคืออะไร และควรดำเนินการออกแบบในทิศทางไหนต่อไป
-
ป้องกันการหลุดบรีฟ: เปรียบเสมือนสมอบกที่ยึดงานโดยรวมไว้ไม่ให้หลุดกรอบไปไกล เพราะการทำงานสายไอเดียมักมีโอกาสเลยเถิดได้ง่าย มูดบอร์ดจะช่วยดึงทุกคนกลับมายังจุดเริ่มต้นที่เซ็ตไว้
-
ไม่ต้องเป็นโปรก็ทำได้: คุณไม่จำเป็นต้องเป็นกราฟิกมืออาชีพก็สามารถสร้างมูดบอร์ดที่ดีได้ สิ่งสำคัญคือ "การรวบรวมและคัดกรองไอเดีย" เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับงานต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานออกแบบภายใน หรืองานโฆษณา
ส่วนประกอบของ Mood Board
การจะสร้างมูดบอร์ดให้ออกมาสมบูรณ์แบบและสื่ออารมณ์ได้ชัดเจน มักจะประกอบไปด้วยองค์ประกอบหลักๆ ดังต่อไปนี้
-
ภาพถ่ายและรูปภาพ (Images): ถือเป็นหัวใจหลัก ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายบุคคล ภาพวิวทิวทัศน์ หรือ[ภาพถูกลิขสิทธิ์] ที่สามารถนำมาใช้อ้างอิงเพื่อกำหนดมู้ดแอนด์โทนของงานได้
-
ชุดสี (Color Palette): การเลือกโทนสี 3-5 สีที่สะท้อนอารมณ์ของแบรนด์หรือโปรเจกต์นั้นๆ
-
ตัวอักษร (Typography): รูปแบบฟอนต์ที่เลือกใช้ สื่อถึงบุคลิกของงานได้เป็นอย่างดี เช่น ฟอนต์มีหัวดูเป็นทางการ หรือฟอนต์ลายมือดูเป็นกันเอง
-
พื้นผิวและลวดลาย (Textures & Patterns): วัสดุหรือลวดลายต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับการออกแบบ
-
ข้อความสั้นๆ (Words/Quotes): คีย์เวิร์ด หรือประโยคสั้นๆ ที่อธิบายความรู้สึกของชิ้นงานนั้น
Mood Board แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร
Mood board สามารถเป็นได้ทั้งกายภาพและดิจิทัล ปัจจุบันมีหลากหลายเครื่องมือและเทคนิคที่ช่วยให้คุณสร้าง Mood board ทั้งสองประเภทได้ในระดับคุณภาพสูง
1. Mood Board แบบกายภาพ (Physical Mood Board)
คือสิ่งที่คุณสามารถจับต้องได้จริง มักจะทำบนแผ่นกระดาน พินบอร์ด (Pinboard) หรือผนังห้องทำงาน เพื่อให้ทุกคนในทีมสามารถเดินมาดูและสัมผัสได้ เป็นการแปะสิ่งของจริงลงไป เช่น เศษผ้า แผ่นไม้ ตัวอย่างสี (Pantone) ภาพโพลาลอยด์ หรือวัสดุต่างๆ
ภาพโดย Rawpixel.com
2. Mood Board แบบดิจิทัล (Digital Mood Board)
เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะมีความยืดหยุ่นสูง ปรับแก้ได้ง่าย สามารถสร้างผ่านโปรแกรมหรือเว็บไซต์ต่างๆ ดูได้ผ่านอุปกรณ์พกพาและคอมพิวเตอร์ แถมยังแชร์ไอเดียส่งต่อให้ทีมงานและลูกค้าที่อยู่คนละที่ได้อย่างไร้ขีดจำกัด
ภาพโดย PegasuStudio, ganjalex, และ Thefirst7
ส่วนประเภทแยกย่อยออกไปก็มีมากมาย เช่น บอร์ดแบรนด์ บอร์ดโฆษณา บอร์ดตกแต่งภายใน ฯลฯ ขึ้นอยู่กับชนิดของงานแต่ละประเภท
ตัวอย่างการใช้งาน Mood Board
มูดบอร์ดสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับหลากหลายสายอาชีพ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่งานกราฟิกเท่านั้น เช่น
-
งานสร้างแบรนด์ (Branding): ใช้กำหนด CI (Corporate Identity) ของแบรนด์ใหม่ ทั้งโลโก้ สี และฟอนต์
-
งานออกแบบภายใน (Interior Design): รวบรวมตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์ สีทาห้อง และวัสดุปูพื้น
-
งานโฆษณาและโปรดักชั่น: ใช้ในการประชุมร่วมกับทีมเพื่อกำหนดทิศทางของภาพโฆษณา การจัดแสง การเลือกใช้วิดีโอโฆษณา ไปจนถึงการหาเรฟเฟอเรนซ์ซาวด์ประกอบ เพื่อให้ได้มู้ดของโฆษณาตามที่ต้องการ
เทคนิคในการออกแบบ Mood Board
วิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาแรงบันดาลใจ คือการค้นหาจากแหล่งที่หลากหลาย ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ คุณอาจหาเรฟเฟอเรนซ์จาก Pinterest เดินดูงานศิลปะ หรือดูเทรนด์จากโซเชียลมีเดีย โดยมีเทคนิคสำคัญดังนี้
-
ตั้งเป้าหมายก่อนเริ่ม: ถามตัวเองก่อนว่าโปรเจกต์นี้สื่อสารถึงใคร และต้องการให้เขารู้สึกอย่างไร
-
หาภาพแกนหลัก (Hero Image): Mood Board ที่ประสบความสำเร็จมักจะมีภาพหลักที่ทรงพลังเพียง 1-2 ภาพเพื่อยึดเป็นแกนกลาง จากนั้นจึงนำสิ่งอื่นๆ มาจับคู่เสริม
-
คำนึงถึงเรื่องลิขสิทธิ์: หากต้องนำมูดบอร์ดไปพรีเซนต์ลูกค้า หรือนำเรฟเฟอเรนซ์ไปใช้ต่อยอดในโปรเจกต์จริง ควรระวังเรื่องการใช้ภาพ บางภาพอาจเป็นภาพใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น ดังนั้นการเลือกใช้ภาพเชิงพาณิชย์, วิดีโอเชิงพาณิชย์ หรือเพลงเชิงพาณิชย์ จากแพลตฟอร์มที่ถูกต้องและเข้าใจเรื่อง[ลิขสิทธิ์รูปภาพ] จะช่วยป้องกันปัญหาในภายหลังได้
-
อย่าใส่ทุกอย่างลงไป (Curate): เลือกเฉพาะไอเดียที่ "ใช่" ที่สุด การใส่ภาพมากเกินไปจะทำให้มูดบอร์ดดูรกและสื่อสารผิดพลาด
ตัวอย่าง Mood Board
หากคุณยังมองภาพไม่ออกหรือกำลังมองหาไอเดียเริ่มต้น ลองมาดูตัวอย่าง Mood Board สไตล์ฤดูร้อน (Summer) ที่เรานำมาฝาก เพื่อใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานของคุณกันเลย
ภาพโดย Sauleshechka
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Mood Board คืออะไร
ใครบ้างที่จำเป็นต้องใช้ Mood Board
จริงๆ แล้วทุกคนสามารถใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็น กราฟิกดีไซเนอร์, ครีเอทีฟ, ช่างภาพ, สไตลิสต์, นักการตลาด, สถาปนิก หรือแม้แต่คนทั่วไปที่กำลังวางแผนจัดงานแต่งงานหรือตกแต่งบ้านใหม่
ใช้โปรแกรมอะไรทำ Mood Board แบบดิจิทัลได้บ้าง
มีหลายโปรแกรมที่ใช้งานง่าย เช่น Pinterest (ใช้รวบรวมไอเดีย), Canva, Milanote, Adobe Illustrator, Adobe Photoshop หรือแม้แต่ PowerPoint/Keynote ก็สามารถทำได้
Mood Board ต่างจาก Reference อย่างไร
Reference คือภาพอ้างอิงรายภาพที่บอกว่าเราอยากได้ชิ้นงานแบบไหน ส่วน Mood Board คือการนำ Reference หลายๆ ตัว รวมถึงองค์ประกอบอื่นๆ (สี, ฟอนต์, วัสดุ) มารวมกันเพื่อสื่อสาร "อารมณ์รวมๆ" ของโปรเจกต์ทั้งหมด
จำเป็นต้องใส่เนื้อหาที่เป็น Text ลงในมูดบอร์ดหรือไม่
ไม่จำเป็นเสมอไป แต่การใส่คีย์เวิร์ดสั้นๆ หรือ Quote ที่ตรงกับคอนเซปต์งาน จะช่วยตอกย้ำให้ทีมงานหรือลูกค้าเข้าใจอารมณ์ของภาพตรงหน้าได้เร็วและชัดเจนมากยิ่งขึ้น
สรุปบทความ
โดยสรุปแล้ว Mood Board คือตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นระบบมากขึ้น เปรียบเสมือนแผนที่ที่ช่วยตีกรอบไอเดียที่กระจัดกระจายให้รวมเป็นหนึ่งเดียว ทำให้การสื่อสารภายในทีมและกับลูกค้ามีความชัดเจน ตรงบรีฟ และช่วยลดข้อผิดพลาดในการทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม
ใครที่กำลังมองหาผู้ให้บริการด้านลิขสิทธิ์คอนเทนต์ดิจิทัลที่ครบวงจร โดยเฉพาะงานภาพและเสียง ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย วิดีโอ หรือเสียงดนตรี เพื่อนำมาใช้สร้างสรรค์โปรเจกต์ของคุณให้สมบูรณ์แบบ สามารถติดต่อกับทาง Number 24 ได้เลย เราพร้อมให้คำปรึกษาและบริการคอนเทนต์คุณภาพระดับโลกจาก Shutterstock ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจคุณ
Inbox : http://m.me/number24.co.th
LINE Official Account : https://line.me/R/ti/p/@klj9484n
Instagram : https://www.instagram.com/number24.co.th
Website : https://number24.co.th/
ภาพโดย Rawpixel.com, Eduardo Rocha Paz, Pavlo Melnyk, Jevgenija ZUK, Mike_O, nadtochiy, และ Jorietha Rabie
บทความโดย : How to Make a Mood Board
เรียบเรียงโดย : ทีมงานชัตเตอร์สต็อกประเทศไทย ดำเนินงานโดย นัมเบอร์ 24
บทความคล้ายกัน
