เสียงนี้ของใคร? AI ใช้แล้ว เราใช้ได้จริงมั้ย?
AI
เสียงนี้ของใคร? AI ใช้แล้ว เราใช้ได้จริงมั้ย?
ทุกวันนี้การสร้างเสียงด้วย AI อาจง่ายพอ ๆ กับการพิมพ์ข้อความหนึ่งประโยค เราสามารถนำสคริปต์ไปให้ AI อ่านออกมาเป็นเสียงพูด เลือกโทน อารมณ์ ความเร็ว หรือสไตล์การพูดที่ต้องการได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที
AI Voice จึงเริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานครีเอทีฟมากขึ้น ตั้งแต่การทำ Video Content, โฆษณา, Social Media, Presentation ไปจนถึงงาน Corporate Communication
นอกจากนี้ AI Voice ยังไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสร้างเสียงจากข้อความเท่านั้น ปัจจุบันยังสามารถ อัปโหลดเสียงตัวอย่างเพื่อให้ AI เรียนรู้และสร้างเสียงที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเสียงนั้นได้ ทำให้การผลิต Voice Over สำหรับคอนเทนต์จำนวนมากทำได้รวดเร็วขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องอัดเสียงใหม่ทุกครั้ง
แต่เมื่อเสียงเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในงานจริง โดยเฉพาะงานโฆษณาหรือ Commercial Content คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ AI สร้างเสียงนี้ได้หรือเปล่า? แต่คือเราเอาเสียงนี้ไปใช้ได้จริงหรือเปล่า?
AI Voice คืออะไร และทำอะไรได้บ้าง?
ถ้าอธิบายแบบง่ายที่สุด AI Voice คือเทคโนโลยีที่ใช้ AI ในการสร้างหรือเลียนแบบเสียงพูดจากข้อมูลที่ได้รับ การใช้งานที่พบได้บ่อยมีอยู่ 2 รูปแบบหลัก
1. Text-to-Voice: พิมพ์ข้อความ แล้วให้ AI พูด
ผู้ใช้เพียงใส่ Script เข้าไปในระบบ จากนั้น AI จะสร้างเสียงพูดออกมาตามข้อความที่กำหนด
เราสามารถนำไปใช้กับงานอย่าง Video Voice Over, Social Media Content, Presentation, Tutorial หรือคอนเทนต์ที่ต้องการเสียงบรรยายจำนวนมากได้
ข้อดีคือช่วยลดขั้นตอนการผลิต เพราะหาก Script มีการแก้ไข ก็สามารถสร้างเสียงใหม่ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องนัด Voice Talent มาอัดเสียงใหม่ทุกครั้ง
2. Voice Cloning: อัปโหลดเสียง แล้วให้ AI เลียนแบบ
อีกความสามารถหนึ่งที่น่าสนใจคือการนำเสียงตัวอย่างเข้าไปในระบบ เพื่อให้ AI เรียนรู้ลักษณะของเสียงนั้น เช่น โทนเสียง จังหวะการพูด และลักษณะเฉพาะบางอย่าง ก่อนนำไปสร้างเสียงจาก Script ใหม่
ลองนึกภาพว่าองค์กรมีเสียงต้นแบบสำหรับ Brand Voice อยู่แล้ว และต้องการนำเสียงลักษณะเดียวกันไปใช้กับ Video หลายชิ้น
แทนที่จะต้องอัดเสียงใหม่ทุกครั้ง ก็สามารถใช้ AI ช่วยสร้างเสียงจาก Script ที่แตกต่างกันได้
นี่ทำให้ AI Voice ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับ “อ่านข้อความ” แต่สามารถกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือใน Workflow ของทีม Content และ Production ได้
แต่เสียง AI ใช้ได้ทุกกรณีจริงหรือ?
ตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องระวัง การที่แพลตฟอร์มสามารถสร้างเสียงออกมาให้เรา ไม่ได้หมายความว่าเสียงนั้นสามารถนำไปใช้ได้ทุกวัตถุประสงค์โดยไม่มีข้อจำกัด
โดยเฉพาะเมื่อ AI Voice ถูกนำไปใช้ในงาน Commercial เช่น โฆษณา Corporate Video หรือ Social Media Campaign ประเด็นเรื่อง ความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์เมื่อใช้ AI จึงเป็นสิ่งที่ทีม Marketing และ Production ไม่ควรมองข้าม
- โฆษณา
- Corporate Video
- Product Video
- Social Media Campaign
- E-learning
- Podcast
- เกมและแอปพลิเคชัน
- คอนเทนต์ที่สร้างรายได้
- Voice Over สำหรับแบรนด์
สิ่งที่ต้องดูจึงมีมากกว่าคุณภาพของเสียง เราต้องดูทั้งสิทธิของเสียงต้นฉบับ เงื่อนไขของแพลตฟอร์ม และ สิทธิ์ในการใช้งาน AI และ Training Data เพราะที่มาของข้อมูลและสิทธิ์ในการนำไปใช้มีผลโดยตรงต่อความพร้อมของ AI สำหรับงานเชิงพาณิชย์
เพราะคำว่า AI สร้างให้กับเราได้รับอนุญาตให้นำไปใช้ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเรื่องเดียวกัน
ถ้าเป็นเสียงของคนจริง ยิ่งต้องระวัง
ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับการใช้ Voice Cloning สมมติว่าเรามีเสียงของบุคคลหนึ่ง แล้วนำเสียงนั้นเข้า AI เพื่อสร้างเสียงใหม่ขึ้นมา คำถามคือ
เราได้รับอนุญาตให้ใช้เสียงนั้นเพื่อทำ Voice Cloning หรือไม่?
การมีไฟล์เสียงอยู่ในมือไม่ได้แปลว่าเรามีสิทธิในการนำเสียงนั้นไปสร้างเสียงสังเคราะห์เสมอไป โดยเฉพาะถ้าเป็นเสียงของนักพากย์ พนักงาน Influencer Celebrity หรือบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้ การนำเสียงไปสร้างเสียงใหม่อาจเกี่ยวข้องกับสิทธิของบุคคลและเงื่อนไขการอนุญาตเพิ่มเติม
ดังนั้น หากองค์กรต้องการใช้ Voice Cloning ในงาน Commercial สิ่งสำคัญคือควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่า เสียงต้นฉบับมาจากไหน และเราได้รับอนุญาตให้ใช้เสียงนั้นในลักษณะดังกล่าวหรือไม่
แม้จะไม่ได้ใช้เสียงของบุคคลจริง แต่ก็ยังควรอ่าน Terms of Use และ Licensing ของบริการ AI Voice ก่อนนำไปใช้งานจริง รวมถึงทำความเข้าใจว่า Data Licensing ทำงานอย่างไรและสิทธิ์ที่ได้รับครอบคลุมการใช้งานแบบใดบ้าง
เพราะแต่ละบริการอาจกำหนดเงื่อนไขแตกต่างกัน เช่น
- ใช้งานส่วนตัวได้หรือไม่
- ใช้งานเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่
- ใช้ในโฆษณาได้หรือไม่
- ใช้กับงานของลูกค้าได้หรือไม่
- สามารถนำ Output ไปสร้างรายได้หรือไม่
- สามารถใช้เสียงที่สร้างขึ้นในผลิตภัณฑ์หรือบริการได้หรือไม่
ก่อนนำ AI Voice ไปใส่ในงานของแบรนด์ อย่าดูเพียงว่าระบบสร้างเสียงได้ แต่ควรดูต่อว่า License อนุญาตให้เราใช้เสียงนั้นในงานที่กำลังจะทำหรือไม่
AI Voice ช่วยงาน Content ได้อย่างไร?
เมื่อมองจากมุมของ Production จริง ๆ AI Voice ช่วยลดขั้นตอนการผลิตได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะงานที่ต้องทำ Content จำนวนมากและมีการแก้ไข Script อยู่บ่อยครั้ง
ลองนึกภาพว่าทีม Content ต้องผลิต Video 20 ชิ้นในเดือนเดียวกัน หากแก้ Script เพียงหนึ่งประโยคใน Workflow แบบเดิม อาจต้องนัดอัดเสียงใหม่ ตัดต่อ และ Export ไฟล์อีกครั้ง แต่เมื่อใช้ AI Voice ทีมสามารถแก้ Script และ Generate Voice Over ใหม่ได้ทันที รวมถึงสร้างเสียงจาก Script ที่แปลเป็นภาษาอื่นได้โดยไม่ต้องเริ่มกระบวนการอัดเสียงใหม่ทั้งหมด
จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความเร็ว ความสม่ำเสมอ และการผลิตคอนเทนต์จำนวนมาก แต่เมื่อ AI ถูกนำไปใช้งานในระดับองค์กร เรื่อง สิทธิ์และความพร้อมของ AI สำหรับการใช้งานเชิงธุรกิจ ก็กลายเป็นอีกประเด็นที่ต้องวางแผนตั้งแต่ต้น
อย่างไรก็ตาม AI Voice ไม่จำเป็นต้องถูกมองว่าเข้ามาแทนมนุษย์ทั้งหมด งานที่ต้องใช้การตีความ Script ถ่ายทอดอารมณ์ หรือสร้าง Character เฉพาะสำหรับแบรนด์ ยังคงต้องอาศัย Voice Talent ขณะที่ AI Voice สามารถทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือใน Production Workflow เพื่อช่วยลดเวลาและเพิ่มความคล่องตัวในการผลิต
ความน่าสนใจของ AI Voice จึงไม่ได้อยู่แค่การทำให้ AI “พูดได้” แต่คือการนำเสียงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Workflow ตั้งแต่ Text-to-Voice ที่เปลี่ยน Script ให้เป็นเสียง ไปจนถึง Voice Cloning ที่สามารถสร้างเสียงจาก Voice Reference ที่กำหนดได้
แต่เมื่อเสียง AI ถูกนำไปใช้ในงานจริง สิ่งสำคัญไม่แพ้คุณภาพและความเร็วคือการรู้ว่า เสียงนั้นมาจากไหน ใช้อย่างไร และสิทธิครอบคลุมถึงการใช้งานที่เราต้องการหรือไม่
เพราะในโลกของ AI การสร้างเสียงอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่การทำให้เสียงนั้น พร้อมใช้งานจริงอย่างเหมาะสม ต้องเริ่มจากการเข้าใจที่มาและสิทธิในการใช้งานตั้งแต่ต้น
AI Voice สำหรับงาน Content และ Production
หากองค์กรกำลังมองหา AI Voice สำหรับช่วยสร้าง Voice Over จาก Script หรือมีเสียงต้นแบบที่ต้องการนำมาใช้สร้างเสียงด้วย AI เทคโนโลยี AI Voice สามารถช่วยลดขั้นตอนและเวลาในกระบวนการผลิตได้ ตั้งแต่การสร้างเสียงสำหรับ Video, Presentation, Social Content ไปจนถึงงาน Communication ภายในองค์กร
บริการ AI Voice รองรับทั้ง Text-to-Voice และ Voice Cloning ช่วยให้ทีมสามารถสร้างเสียงจากข้อความ หรืออัปโหลดเสียงต้นแบบเพื่อสร้างเสียงในรูปแบบที่ต้องการได้ง่ายขึ้น
เหมาะสำหรับองค์กรและทีม Content ที่ต้องการเพิ่มความเร็วในการผลิต โดยยังสามารถควบคุม Script และปรับแก้เสียงให้เหมาะกับคอนเทนต์แต่ละชิ้นได้อย่างยืดหยุ่น
Number 24 ช่วยให้การนำ AI และ Content ไปใช้งานเชิงพาณิชย์เป็นเรื่องง่ายขึ้น ตั้งแต่การเลือก Content ที่เหมาะกับงาน ไปจนถึงการตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขการใช้งาน เพื่อให้ทีม Marketing และ Production สร้างงานได้เร็วขึ้น พร้อมใช้งานได้อย่างมั่นใจ
สอบถามข้อมูลการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่
Inbox : http://m.me/number24.co.th
LINE Official Account : https://line.me/R/ti/p/@klj9484n
Instagram : https://www.instagram.com/number24.co.th
Website : https://number24.co.th/
