ทำไมไอเดียชอบมา ตอนที่เราเลิกไล่ตามมัน
Inspiration
ทำไมไอเดียชอบมา ตอนที่เราเลิกไล่ตามมัน
เคยไหม? นั่งจ้องหน้าจอมาเป็นชั่วโมง เปิดบรีฟซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ก็ยังคิดอะไรไม่ออก ยิ่งพยายามเค้น ยิ่งเงียบ ยิ่งบังคับตัวเองให้คิด ยิ่งรู้สึกว่าสมองว่างเปล่า หลายครั้งเรามักเข้าใจว่าตัวเองหมดไฟ หรือคิดไม่เก่งพอ แต่ความจริงแล้วปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ แต่อาจเป็นเพราะเรากำลังพยายามหาไอเดียผิดวิธีก็ได้
ไอเดียสร้างสรรค์ไม่ได้ทำงานเหมือนเครื่องจักรที่กดปุ่มแล้วได้คำตอบทันที แต่มันคล้ายกับสัญญาณ Wi-Fi มากกว่า ยิ่งคุณเดินหามันทั้งบ้าน บางครั้งมันก็ยิ่งไม่เจอ ย้ายมุมแล้ว ย้ายอีก รีเฟรชแล้ว รีเฟรชอีก สัญญาณก็ยังไม่ขึ้น แต่พอวางโทรศัพท์ลง เดินไปหยิบน้ำ หรือกลับมานั่งเฉย ๆ อยู่มุมหนึ่ง สัญญาณกลับมาเต็มเฉยเลย
ภาพโดย Rawpixel.com
ไอเดียก็เช่นกัน หลายครั้งช่วงเวลาที่ความคิดดี ๆ ปรากฏขึ้น ไม่ใช่ตอนที่เรากำลังพยายามบังคับให้มันเกิด แต่เป็นตอนที่เราผ่อนคลาย ปล่อยสมองได้พักจากแรงกดดัน เพราะในช่วงเวลานั้น สมองกำลังทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูล ประสบการณ์ และสิ่งที่เราเก็บสะสมเอาไว้โดยที่เราไม่รู้ตัว
ดังนั้น ถ้าวันนี้คุณกำลังนั่งเครียดกับการหาไอเดียใหม่ ๆ ลองหยุดมองหน้าจอสักครู่ ลุกไปเดินเล่น หยิบน้ำมาดื่ม หรือเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง บางครั้งสิ่งที่คุณต้องการอาจไม่ใช่การคิดให้หนักขึ้น แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้ความคิดได้หายใจ เพราะไอเดียที่ดีที่สุด มักไม่ได้เกิดขึ้นตอนที่เราวิ่งไล่ตามมัน แต่อยู่ในจังหวะที่เราเผลอปล่อยมือจากมันต่างหาก
ภาพโดย dodotone
สมองโหมดปล่อยจอย กับความลับของครีเอทีฟ
ในทางประสาทวิทยา (Neuroscience) สมองของเราไม่ได้ทำงานเป็นเส้นตรงเหมือนคอมพิวเตอร์ แต่มันมีเครือข่ายระบบประสาทขนาดใหญ่ 2 ระบบที่สลับกันทำหน้าที่ราวกับไม้กระดานหก และการเข้าใจกลไกนี้คือหัวใจสำคัญของ วิธีคิดไอเดีย ที่มีประสิทธิภาพที่สุด
1. Central Executive Network (โหมดสปอตไลต์จดจ่อ)
นี่คือโหมดที่จะถูกเปิดใช้งานเมื่อเราตั้งใจทำงาน คำนวณตัวเลข หรือพยายามเค้นไอเดียส่งลูกค้า สมองจะบีบการโฟกัสให้แคบลง เปรียบเสมือนการเปิดไฟฉายแบบ สปอตไลต์ (Spotlight) ที่ส่องแสงแรงกล้าไปที่จุดเดียว
ข้อดีคือช่วยให้เราจัดการงานตรงหน้าได้อย่างมีระเบียบ แต่ข้อเสียคือมันจะปิดกั้นข้อมูลรอบข้างทั้งหมด ยิ่งเราเครียด ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) จะยิ่งหลั่ง ทำให้สมองเกิดอาการตื้อและเกิดภาวะคิดมุมตัน เพราะสปอตไลต์มันส่องอยู่แค่ที่เดิมซ้ำๆ
ภาพโดย Nuttapong punna
2. Default Mode Network หรือ DMN (โหมดโคมระย้าปล่อยใจลอย)
ย้อนกลับไปในปี 2001 ดร. มาร์คัส ไรเคิล (Marcus Raichle) นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ได้ค้นพบเครือข่ายสมองลึกลับนี้ผ่านการสแกน fMRI เขาพบว่าเมื่อมนุษย์เลิกโฟกัสภารกิจตรงหน้า แล้วปล่อยใจให้เหม่อลอย สมองกลับไม่ได้หยุดทำงานอย่างที่คิด แต่เครือข่าย DMN นี้จะสว่างวาบขึ้นมาทันที!
โหมด DMN เปรียบเสมือนการเปิด ไฟโคมระย้า (Chandelier) ที่ส่องสว่างนวลๆ กระจายไปทั่วทั้งห้อง เป็นช่วงเวลาที่สมองส่วนต่างๆ ได้มีโอกาสส่งสัญญาณคุยข้ามแดนกันอย่างอิสระ มันจะแอบขุดเอาความทรงจำเก่า ประสบการณ์ บรีฟงานที่เพิ่งอ่าน และสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณเคยเสพ มาเขย่ารวมกันเพื่อสร้างสิ่งใหม่
ทำไมต้องเป็นตอนอาบน้ำ หรือเดินเล่น? งานวิจัยปี 2022 ของ ดร. แซกการี เออร์วิง (Zachary Irving) จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ได้พิสูจน์สิ่งที่เราเรียกกันว่า The Shower Effect (ปรากฏการณ์ไอเดียมาตอนอาบน้ำ)
พบว่ากิจกรรมที่เพลินๆ แต่ไม่ต้องใช้สมองส่วนหน้าคิดมาก เช่น การยืนอาบน้ำอุ่น เดินเล่นในสวน หรือล้างจาน คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการกระตุ้น DMN เพราะสมองจะหลั่งสาร โดปามีน หรือสารแห่งความสุขออกมา (ตามทฤษฎีของ ดร. อลิส แฟลเฮอร์ตี จากฮาร์วาร์ด) เมื่อสมองผ่อนคลายและมีความสุข กำแพงปิดกั้นความเพ้อฝันจะพังลง ไอเดียเจ๋งๆ จึงพุ่งกระฉูดขึ้นมาในวินาทีนั้นเอง
นอกจากนี้ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดโดย ดร. โรเจอร์ บีตตี (Roger Beaty) ยังชี้ให้เห็นว่า คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ระดับอัจฉริยะ คือคนที่มีสมองยืดหยุ่นสูง สามารถเปิดโหมดจดจ่อเพื่อเสพข้อมูล และสลับมาเปิดโหมดปล่อยจอย (DMN) เพื่อปิ๊งไอเดียสลับกันไปมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3 วิธีเปิดสัญญาณ Wi-Fi ให้ไอเดีย
1.โหลดข้อมูลให้เต็มก่อน
อ่านบรีฟ ดู Reference และเก็บข้อมูลให้มากพอ เมื่อป้อนวัตถุดิบให้สมองครบแล้ว บางครั้งสิ่งที่ควรทำต่อไม่ใช่การนั่งเค้นคำตอบ แต่คือการหยุด ไม่ต้องรีบสรุป ไม่ต้องบังคับตัวเองให้ได้ไอเดียภายในวันนี้ ให้เวลาสมองได้ค่อย ๆ ประมวลผลสิ่งที่คุณเพิ่งรับเข้ามา
2.เว้นพื้นที่ว่างให้ตัวเองบ้าง
หลายคนกลัวความว่างมากเกินไป พอมีเวลาว่างไม่กี่วินาที ก็รีบหยิบมือถือขึ้นมาไถทันที แต่ช่วงเวลาที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนี่แหละ คือช่วงที่สมองกำลังเชื่อมโยงข้อมูลและสร้างความคิดใหม่ ลองเดินเล่น ออกไปซื้อกาแฟ หรืออยู่กับตัวเองสักพักโดยไม่มีหน้าจอ บางครั้งคำตอบที่ตามหามาทั้งวัน อาจโผล่มาในช่วงเวลาธรรมดาที่สุด
3.จับไอเดียให้ทัน
ข้อเสียของไอเดียคือมันมาเร็วมาก และหายเร็วพอ ๆ กัน เมื่อมันโผล่ขึ้นมา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ให้จดไว้ทันที จะเป็นโน้ตในมือถือ เสียงอัด หรือกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ก็ได้ เพราะไอเดียที่ดีที่สุด มักไม่เคยนัดหมายล่วงหน้า
เมื่อสัญญาณมาแล้ว ก็ถึงเวลาสร้างผลงาน
ไอเดียที่ดีไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพราะมันเกิดขึ้นในหัว แต่มีคุณค่าเมื่อมันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นงานที่คนอื่นมองเห็นและจดจำได้ ไม่ว่าคุณจะกำลังสร้างแคมเปญ คอนเทนต์ วิดีโอ หรือโปรเจกต์ใหม่
Number 24 x Shutterstock พร้อมช่วยเปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นผลงานจริง ด้วยคลังคอนเทนต์ระดับโลก ทั้งภาพ วิดีโอ เพลง และ Sound Effect รวมถึงเครื่องมือ AI และ Creative Asset ที่ช่วยให้งานของคุณไปได้ไกลกว่าเดิม เพราะไอเดียดี ๆ ไม่ควรจบลงแค่ในหัว ให้ Number 24 x Shutterstock ช่วยเปลี่ยนมันให้เป็นงานที่โลกได้เห็น
Inbox : http://m.me/number24.co.th
LINE Official Account : https://line.me/R/ti/p/@klj9484n
Instagram : https://www.instagram.com/number24.co.th
Website : https://number24.co.th/
