AI เยอะจนเลือกไม่ไหว เดี๋ยว Match ให้เอง
AI
AI เยอะจนเลือกไม่ไหว เดี๋ยว Match ให้เอง
เมื่อก่อนเวลาจะใช้ AI สร้างภาพ เราอาจมีคำถามง่าย ๆ ว่าอยากให้ AI สร้างอะไร? แต่วันนี้คำถามกลับซับซ้อนขึ้นอีกขั้นว่า แล้วต้องใช้ AI Model ตัวไหนดี?
เพราะโลกของ Generative AI ไม่ได้มีเพียงโมเดลเดียวอีกต่อไป แต่มีทั้งโมเดลสำหรับสร้างภาพ แก้ไขภาพ สร้างวิดีโอ ไปจนถึงโมเดลที่มีจุดเด่นเฉพาะทางแตกต่างกัน บางตัวเด่นเรื่องความสมจริง บางตัวจัดการ Typography ได้ดี บางตัวเก่งเรื่องการแก้ภาพ หรือควบคุมองค์ประกอบของภาพได้ละเอียดกว่า
ยิ่งมีตัวเลือกมากขึ้น การเลือกก็ยิ่งกลายเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนของ Creative Workflow โดยไม่รู้ตัว
และนี่คือจุดที่ Shutterstock Model Match เข้ามาน่าสนใจ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนพื้นฐานของ Shutterstock AI ซึ่งเป็นระบบที่นำ Generative AI มาช่วยให้การสร้างและจัดการภาพทำได้ง่ายขึ้น เพราะแทนที่จะให้ Creator ต้องมานั่งคิดทุกครั้งว่า “งานนี้ควรใช้โมเดลอะไร?” ระบบทำหน้าที่เป็น AI Model Router ที่ช่วยเลือกโมเดลที่มีแนวโน้มเหมาะกับแต่ละ Creative Request โดยอัตโนมัติ
Shutterstock ระบุว่า Model Match เรียนรู้จากการใช้งานจริงกว่า 100 ล้าน Prompts บนแพลตฟอร์ม เพื่อทำความเข้าใจว่าโมเดลต่าง ๆ ทำงานได้ดีแค่ไหนกับคำขอประเภทต่าง ๆ
แนวคิดสำคัญจึงไม่ใช่การหา AI Model ที่ “ดีที่สุด” เพียงหนึ่งเดียว แต่คือการหา AI Model ที่เหมาะที่สุด สำหรับงานตรงหน้า
เมื่อ AI มีเยอะขึ้น การเลือกก็กลายเป็นปัญหาใหม่
Generative AI เคยถูกมองว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น ปัญหากลับเปลี่ยนไป เราไม่ได้ขาดเครื่องมือแต่เรามีเครื่องมือให้เลือกมากขึ้นเรื่อย ๆ
ลองนึกภาพการสร้างภาพสำหรับ Campaign หนึ่งภาพ นอกจากต้องคิดเรื่อง Prompt, Style และ Composition แล้ว ยังต้องตัดสินใจว่า AI Model ไหนเหมาะกับงานนั้นด้วย
ถ้าเลือกไม่ตรงกับสิ่งที่ต้องการ ก็อาจต้อง
- Generate ใหม่
- เปลี่ยน Model
- ปรับ Prompt
- เปรียบเทียบผลลัพธ์
- ทดลองซ้ำอีกครั้ง
แต่ละขั้นตอนไม่ได้ใช้เวลามากนักเมื่อทำเพียงครั้งเดียว ทว่าเมื่อ Creator ต้องสร้างงานจำนวนมากในแต่ละวัน เวลาเหล่านี้สามารถสะสมจนกลายเป็นต้นทุนของ Workflow ได้โดยไม่รู้ตัว
พฤติกรรมของ Creator เองก็กำลังสะท้อนภาพนี้เช่นกัน งานวิจัยของ Adobe ที่สำรวจ Creator ทั่วโลกพบว่า 86% ของ Creator ใช้ Creative Generative AI และ 60% ใช้เครื่องมือ Creative Generative AI มากกว่าหนึ่งตัวในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยหนึ่งในเหตุผลคือการเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับงานแต่ละประเภท
ตัวเลขนี้น่าสนใจ เพราะมันบอกว่า Creator ไม่ได้กำลังมองหา AI เพียงตัวเดียวอีกต่อไป แต่กำลังอยู่ในโลกที่มีเครื่องมือหลายตัว และแต่ละตัวมีความสามารถแตกต่างกัน
ดังนั้น Pain Point ใหม่ของ AI จึงอาจไม่ใช่ “มี AI ให้ใช้น้อยเกินไป” แต่เป็น “มีตัวเลือกเยอะจนไม่รู้ว่าควรเลือกอะไร”
แล้วมี AI Model ที่ดีที่สุดไหม?
คำตอบอาจไม่ใช่ “มี” เพราะงานแต่ละประเภทต้องการความสามารถแตกต่างกัน
ภาพ Product อาจต้องการความแม่นยำของรายละเอียดและองค์ประกอบ ขณะที่ภาพ Portrait อาจให้ความสำคัญกับความสมจริงของใบหน้าและแสง ส่วนภาพที่มีข้อความจำนวนมากอาจต้องการโมเดลที่จัดการ Typography ได้ดี
ถ้าเป็นงาน Image Editing ก็ต้องการความสามารถอีกแบบ ทั้งการแก้ไขเฉพาะส่วน การรักษาองค์ประกอบเดิม และความสอดคล้องของภาพหลังการแก้ไข
Shutterstock ระบุว่าจากการวิเคราะห์การใช้งานจริง ไม่มีโมเดลใดที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดอย่างสม่ำเสมอสำหรับทุกประเภทของ Request
แม้โมเดลที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในภาพรวมจะทำได้ดีกว่าการสุ่มเลือก แต่การใช้ Model Match Routing ให้ผลลัพธ์ดีกว่าการกำหนดโมเดลเดียวเป็นค่าเริ่มต้น
สิ่งที่ทำให้ Model Match น่าสนใจไม่ได้มีแค่การนำ AI Model หลายตัวมาไว้บนแพลตฟอร์มเดียว แต่คือ ข้อมูลที่อยู่เบื้องหลังระบบ
Shutterstock ระบุว่าได้เรียนรู้จากมากกว่า 100 ล้าน Prompts เพื่อทำความเข้าใจ Pattern จากการใช้งานจริงว่า Creative Request ประเภทต่าง ๆ มีแนวโน้มเหมาะกับ Model แบบใด
- งานประเภทนี้ควรใช้ Model A
- งานแบบนั้นควรใช้ Model B
- ถ้าต้องการแก้ภาพควรใช้ Model C
- ถ้าต้องการสร้างวิดีโอควรเลือก Model D
เราจะต้องทดลองและสะสมประสบการณ์ด้วยตัวเองจำนวนมาก แต่ Model Match พยายามนำข้อมูลจากการใช้งานจำนวนมหาศาลมาช่วยตัดสินใจในขั้นตอนนี้แทน
นี่จึงเป็นความแตกต่างระหว่างมี AI Models จำนวนมาก” กับมีระบบที่สามารถเลือก AI ที่เหมาะสมจากตัวเลือกเหล่านั้น
Shutterstock มี AI Model ให้เลือกถึง 20 โมเดล
ปัจจุบัน Shutterstock ขยาย AI Generators ให้รองรับ 20 AI Models ครอบคลุมทั้ง
- Text-to-Image
- Image Editing
- Text-to-Video
ในกลุ่มนี้มีโมเดลที่ Shutterstock ระบุ เช่น Gemini 3 Pro Image (Nano Banana Pro), GPT Image 1.5, Seedream 4.5 และ Flux 2 Pro รวมถึงโมเดลอื่น ๆ
แต่สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่แค่จำนวน 20 โมเดล เพราะถ้ามี 20 โมเดล แต่ผู้ใช้ต้องจำเองว่าโมเดลไหนเหมาะกับงานอะไร ความซับซ้อนก็ยังตกอยู่ที่ Creator
สิ่งที่ Model Match พยายามทำคือเอาความหลากหลายของโมเดลมาไว้เบื้องหลัง แล้วทำให้ประสบการณ์ด้านหน้าของผู้ใช้เรียบง่ายขึ้น
ให้ AI เลือก AI ให้เรา
ลองนึกภาพว่าคุณกำลังสร้างภาพสำหรับ Campaign ใหม่ Workflow แบบเดิมอาจเป็น
เลือก Model → Generate → ดูผลลัพธ์ → เปลี่ยน Model → Generate ใหม่ → เปรียบเทียบ
จากนั้นอาจต้องกลับไปแก้ Prompt แล้วทดลองอีกครั้ง Model Match พยายามลดขั้นตอนตรงนี้ โดยผู้ใช้สามารถเลือก Automatic ใน Shutterstock AI Image Generator แล้วใส่ Prompt ตามปกติ
จากนั้นระบบจะทำหน้าที่เลือก Model ที่มีแนวโน้มเหมาะกับ Request ให้เอง Workflow จึงกลายเป็น
คิดไอเดีย → เขียน Prompt → Generate
ส่วนเรื่อง Model Selection ปล่อยให้ระบบจัดการ แนวคิดนี้จึงไม่ใช่เพียงการลดจำนวน Click แต่เป็นการลด Decision Fatigue ด้วย เพราะเมื่อมีตัวเลือกมากขึ้น การตัดสินใจทุกครั้งก็มีต้นทุนทางความคิดตามมาด้วย
แล้วถ้าอยากเลือก Model เอง?
แน่นอนว่า Creator บางคนยังต้องการควบคุม Workflow ด้วยตัวเอง Shutterstock จึงเปิดให้ผู้ใช้เลือก AI Model แบบ Manual ได้ใน AI Image Generator
ตัวเลือกนี้เหมาะกับคนที่รู้ว่า Workflow ของตัวเองต้องการอะไร เช่น
- ต้องการเน้น Photorealism
- ต้องการจัดการ Typography
- ต้องการ Image Editing
- ต้องการ Consistency
- ต้องการควบคุมผลลัพธ์ในรายละเอียดมากขึ้น
ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนจาก Automatic ไปเลือก Model ที่ต้องการได้โดยตรง และยังสามารถสลับ Model เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ได้
แต่สำหรับคนที่ไม่ได้อยากติดตามว่าโมเดลไหนเพิ่งอัปเดต หรือโมเดลไหนเหมาะกับ Prompt ประเภทใด การเลือก Automatic ก็ช่วยให้ Model Match จัดการเรื่องนี้แทนได้
ปัจจุบัน Manual Model Selection รองรับใน AI Image Generator ส่วนการเลือก Model เองใน AI Video Generator Shutterstock ระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา
อย่างไรก็ตาม การเลือก AI Model ที่เหมาะกับงานไม่ได้มีเพียงเรื่องของ Quality, Speed หรือ Workflow เท่านั้น หากนำผลลัพธ์ไปใช้กับงาน Commercial เรื่อง AI กับลิขสิทธิ์ ก็เป็นอีกประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม
อนาคตของ AI อาจไม่ใช่การมีตัวเลือกมากขึ้น แต่คือการทำให้เราไม่ต้องเลือก
ถ้ามองจากภาพใหญ่ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ Generative AI น่าสนใจมาก เรากำลังมี Model เพิ่มขึ้น ความสามารถเพิ่มขึ้น และเครื่องมือเพิ่มขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ประสบการณ์ของผู้ใช้กลับอาจต้องเรียบง่ายขึ้น เพราะไม่มีใครอยากเสียเวลาจำว่า Model ไหนเหมาะกับงานอะไรทุกครั้งที่เปิด AI
นี่ทำให้ AI Model Router กลายเป็นแนวคิดที่น่าจับตามอง เพราะมันทำหน้าที่เป็นชั้นกลางระหว่าง “สิ่งที่คนต้องการสร้าง” กับ “โมเดลที่เหมาะกับการสร้างสิ่งนั้น”
Shutterstock Model Match ใช้ข้อมูลจากกว่า 100 ล้าน Prompts เพื่อเรียนรู้จาก Creative Workflow จริง และปัจจุบันเชื่อมต่อกับ AI Models จำนวน 20 โมเดล ในงานสร้างภาพ แก้ไขภาพ และสร้างวิดีโอ
และเมื่อ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Creative Workflow มากขึ้น การเลือกโมเดลที่เหมาะสมจึงไม่ใช่เรื่องเดียวที่ต้องพิจารณา แต่ การใช้งาน AI อย่างถูกลิขสิทธิ์ ก็เป็นอีกเรื่องที่ Creator และแบรนด์ควรเข้าใจ
และบางที นั่นอาจเป็นขั้นต่อไปของ Creative AI ที่น่าสนใจที่สุด เพราะ AI ไม่ได้เพียงช่วยสร้างภาพหรือวิดีโออีกต่อไป แต่กำลังเริ่มช่วย ตัดสินใจว่าจะใช้ AI ตัวไหนเพื่อสร้างมันขึ้นมา
สำหรับแบรนด์ เอเจนซี ทีม Marketing หรือ Creator ที่ต้องการนำ Shutterstock ไปใช้กับงาน Creative จริง ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา Stock Content, สร้างภาพด้วย AI หรือวาง Workflow สำหรับการผลิตคอนเทนต์ให้คล่องตัวขึ้น สามารถติดต่อ Number 24 x Shutterstock เพื่อพูดคุยและขอคำแนะนำได้โดยตรง
เพราะในวันที่ AI มีตัวเลือกมากขึ้น การมีคนที่ช่วยให้เราเลือกสิ่งที่เหมาะกับงานได้ ก็อาจสำคัญไม่แพ้ตัว AI เอง
ติดต่อการใช้งาน Number 24 ได้ที่
Inbox : http://m.me/number24.co.th
LINE Official Account : https://line.me/R/ti/p/@klj9484n
Instagram : https://www.instagram.com/number24.co.th
Website : https://number24.co.th/
