เคยเป็นกันไหม? ตั้งใจโพสต์ขายของสุดชีวิต ไลฟ์สดยันเที่ยงคืนเพื่อหวังให้มียอดเข้าสักนิดก็ยังดี แต่ยอดไลก์และคนดูกลับเงียบกริบเหมือนป่าช้า แล้วก็ต้องขอให้ญาติพี่น้องมาช่วยกดไลก์ให้ เหตุการณ์จะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป เพราะเราสามารถยกระดับการขายของได้ ด้วยการเลือกภาพที่เหมาะสมในการ ยิงแอด อย่างมีประสิทธิภาพ

ยิงแอด ให้ปังต้องเลือกภาพยังไง
ยุคนี้ไม่เหมือนยุคเริ่มแรกของอินเทอร์เน็ต ที่เวลาเราทำอะไรทุกคนก็จะเห็นบ่อยกว่ายุคนี้ เพราะอัลกอริธึมสุดโหด ที่ปรับได้ทุกวี่วัน รวมถึงคู่แข่งที่มีนับไม่ถ้วน และฟีดโซเชียลเต็มไปด้วยโฆษณาแย่งกันเรียกสายตา การทำให้คนหยุดเลื่อนมองแอดของคุณสักวินาทีเป็นเรื่องที่ยากมาก (ก.ไก่ล้านตัว) ถ้าไร้การยิงแอดเพื่อให้เข้าถึงคอนเทนต์ของเรา
ทำให้เวลาเราจะยิงแอดต้องคิดเยอะขึ้น ว่าจะใช้ภาพแบบไหน กราฟิกไปในทิศทางใด เพื่อทำให้โฆษณาคุณเด่นจนหลายคนต้องหยุดดูไม่เลื่อนผ่าน
ถึงแม้ว่าจะมีบริการรับถ่ายรูปสินค้ามากมาย แต่ก็ต้องแลกมากับเวลาและค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง หลายคนจึงไม่อยากเสียต้นทุนไปกับการถ่ายรูปเพื่อยิงแอดโฆษณา ภาพสต็อก หรือ stock photo จึงกลายเป็นตัวเลือกแรก ๆ ในใจของทุกคน เหตุผลก็คือ
- ประหยัดงบ แต่ก็ยังได้ภาพระดับมืออาชีพ
- มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าคุณจะต้องการภาพแนวไหน ก็มีให้ครบถ้วน
- พร้อมใช้ทันที ไม่เสียเวลาถ่ายรูปเอง
รู้ไหมว่าโดยเฉลี่ยแล้วคนกดคลิกเข้าดูโฆษณา Google เพียง 1 ครั้งจากโฆษณา 250 ชิ้น (ประมาณ 1 ใน 1,000) ส่วนใน Facebook ยังต่ำได้อีกและมีค่า CTR ที่โหดยิ่งกว่า (ประมาณ 1 ใน 1,961) แต่ถ้าคุณเลือกภาพใช้โฆษณาได้ดี จะทำให้ข้อความที่คุณจะสื่อสารเห็นผลยิ่งขึ้น
ลองใช้เทคนิตต่อไปนี้ในการเลือกภาพ เพื่อช่วยเพิ่มอัตรา Conversions rate ให้สูงขึ้นกันเถอะ
หลีกเลี่ยงความซ้ำซาก (Clichés)
รู้ไหมว่าลูกค้าของคุณจะต้องเห็นโฆษณาประมาณ 7-8 ครั้งกว่าจะตัดสินใจซื้อสินค้าใด ๆ นั่นหมายความว่าพวกเขาจะเห็นโฆษณาของคุณและของคู่แข่งซ้ำไปซ้ำมาจนตาลาย
ถ้าคุณใช้ภาพที่หลาย ๆ แบรนด์เคยใช้แล้ว คนจะจำได้และลูกค้าก็จะเลื่อนผ่านสินค้าของคุณทันที ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ได้อธิบายสรรพคุณอะไรให้ลูกค้าฟังเลย
พยามเลือกภาพลิขสิทธิ์ที่ไม่ค่อยมีใครใช้แต่ยังคงสื่อความหมายได้ดี ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องคิดก๊อปปี้ให้ดีกว่า และมีลูกเล่นยิ่งกว่าทุกแบรนด์

ใส่อารมณ์ให้กับรูปภาพ
ภาพสวยก็อีกเรื่อง อารมณ์ก็อีกเรื่อง ไม่มีคอนเทนต์ไวรัลใดในโลกที่ไม่สร้างอารมณ์ให้กับผู้ชม การเล่นกับอารมณ์มักจะได้ผลลัพธ์ดีกว่าภาพปกติหลายเท่า เพราะสุดท้ายแล้วมนุษย์จะตัดสินซื้อของด้วยอารมณ์มากกว่าความจำเป็น หรือจำนวนตัวเลขที่ปรากฎเสมอ

ภาพต้องเกี่ยวข้องกับแบรนด์
การไถหน้าจอกลายเป็นเหตุการณ์ปกติในชีวิตประจำวัน (หรือไม่ใช่?) และมีเพียงไม่กี่คนที่ทนดูคอนเทนต์นานกว่า 15 วินาที ยิ่ง 30 วินาทียิ่งไม่ต้องพูดถึง ตามหลักจิตวิทยา คุณมีแค่ 1.7 วินาที เท่านั้นในการคว้าความสนใจของผู้ชมก่อนที่นิ้วเขาจะลากผ่านไป แล้วคุณจะใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ให้คุ้มค่ายังไง?
วิธีนั้นก็คือการเลือกภาพให้ตรงกับเป้าหมายที่แบรนด์ต้องการสื่อสาร ถ้าคุณต้องการโปรโมตโปรแกรมออกกำลังกาย อย่าใช้ภาพโรงยิมโล่ง ๆ ให้ใช้ภาพคนกล้ามแน่น ๆ หรือถ้าคุณอยากขายอาหารเพื่อสุขภาพ อย่าใช้ภาพอาหารที่มีส่วนประกอบของแป้งเยอะและน้ำตาลเยอะเกินไป เป็นต้น ทั้งหมดขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ที่คุณต้องการ

ข้อมูลพื้นฐานก่อนยิงแอดให้ได้ผลดี
ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงกับภาพและการโฆษณา ไม่ต้องกังวลเพราะเราพร้อมช่วยคุณเอง อย่างแรกต้องรู้ก่อนว่าคุณจะยิงแอดสไตล์ไหน เรามีตัวอย่างลักษณะโฆษณาแบบคร่าว ๆ ให้คุณได้ทราบ
Display Ads – โฆษณาในรูปแบบภาพที่เห็นทั่วไปบนเว็บไซต์ มักปรากฎเป็น Banner บน ล่าง หรือข้าง ๆ ของหน้าเว็บไซต์ ซึ่งสามารถใช้ข้อความ รูปภาพ และวิดีโอทำการยิงแอดได้
Search Ads – โฆษณาประเภทนี้จะอยู่บริเวณด้านล่างของช่องการค้นหา โดยจะเกี่ยวข้องกับ Keyword ที่เรากำหนด ถูกออกแบบมาให้ดูคล้ายกับผลการค้นหาปกติทั่วไป เพื่อกระตุ้นให้คนกดเข้าไปดู
Social Media Ads – เป็นการโฆษณาที่อยู่บนโซเชียลแพลตฟอร์ม เช่น Facebook, Instagram, X (Twitter) และ LinkedIn มีความหลากหลายที่มากกว่ารูปแบบอื่นขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม ใช้ได้ทั้งภาพ วิดีโอ ข้อความ หรือสตอรี่
Mobile or In-App Ads – โฆษณาประเภทนี้จะปรากฏเฉพาะบน เว็บไซต์มือถือ หรือใน แอปพลิเคชัน โดยมักจะแสดงในรูปแบบ แบนเนอร์ หรือ วิดีโอ เพื่อให้เข้ากับการใช้งานบนมือถือ
Email Ads – โฆษณานี้จะถูกยิงแอดไปยังอีเมลของลูกค้า โดยใช้ชื่อหัวอีเมลเป็นสิ่งดึงดูดลูกค้า ส่วนใหญ่จะเป็นโปรโมชั่น เปิดตัวสินค้าตัวใหม่หรือส่วนลดพิเศษสำหรับฤดูกาลนั้น ๆ
หลังจากรู้แบบฟอร์มการยิงแอดทั้งหมดแล้ว เรามาศึกษาแนวคิดบ้างดีกว่าว่ามีวิธีการคิดอย่างไรบ้าง

1.ศึกษาข้อกำหนดของแต่ละแพลตฟอร์ม
เพราะประเภทของไฟล์และขนาดไฟล์ในการยิงแอดโฆษณา ต้องตรงกับข้อกำหนดของแพลตฟอร์มที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น
- Facebook: ขนาดภาพโฆษณาที่แนะนำคือ 1080 x 1080 พิกเซล และขนาดไฟล์สูงสุดคือ 30 MB
- TikTok: ขนาดภาพโฆษณาที่แนะนำคือ 720 x 1280 พิกเซล และขนาดไฟล์สูงสุดคือ 100 MB
ถ้าคุณทำอย่างถูกต้องตามคำแนะนำ การแสดงผลโฆษณาจะดีขึ้น
2.อย่าลืมการทำ Retargeting
หลายคนตัดสินใจไม่ซื้อสินค้าในครั้งแรกที่เห็นโฆษณา การทำ Retargeting ช่วยลดการทิ้งสินค้าในตะกร้าได้ถึง 6.5% และเพิ่มยอดขายออนไลน์ได้เกือบ 20%
Retargeting ads คือโฆษณาที่จะโชว์ให้กับคนที่เคยมาเยี่ยมเว็บไซต์ของคุณแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำอะไร เช่น ซื้อของหรือสมัครสมาชิก การทำโฆษณานี้อีกครั้งจะเป็นการ เตือน ว่า “เฮ้! อย่าลืมสินค้าตัวนี้นะ” คุณอาจต้องทำหลาย ๆ ดีไซน์ให้เหมาะกับการ แสดงผล 5 – 10 ครั้ง เพื่อเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อ

3.กดแล้วไปไหนต่อ?
หลังจากที่คุณทำรูปภาพให้ลูกค้าอยากกดคลิกเข้ามาดูแล้ว ไปไหนต่อ? โอกาสมาแล้วต้องคว้า หลังคลิกแล้วต้องพาลูกค้าไปยังสิ่งที่คุณอยากให้พวกเขาทำ ทุกอย่างต้องสอดคล้องกันและมีความต่อเนื่อง ตั้งแต่ภาพโฆษณาซึ่งสามารถหาได้ที่ Number 24 x Shutterstock ไปยันหน้าโชว์สินค้าหรือหน้าการลงทะเบียน จะช่วยให้ปิดการขายเร็วขึ้น

4.อายุของโฆษณา
ถ้าคุณจะทำแคมเปญยิงแอดโฆษณาที่ต้องแสดงให้ทุกคนเห็นเป็นระยะเวลานาน ภาพสต็อกที่เลือกใช้ต้องไม่รู้สึกเก่า เช่น ภาพเฉพาะฤดูกาล หรือภาพเหตุการณ์ปัจจุบัน เป็นต้น
การหาจุดสมดุล ระหว่างเทรนด์ภาพที่ทันสมัยและองค์ประกอบที่ไม่ตกยุคจะช่วยให้โฆษณาของคุณอยู่ได้นาน ตัวอย่างเช่น การใช้ สีที่เป็นเทรนด์แห่งปี มาผสมกับรูปภาพสต็อก จะทำให้โฆษณาคุณดูทันสมัย และไม่ดูเก่าแม้จะผ่านไปนาน

ถ้าคุณอยากรู้ว่าลิขสิทธิ์ที่ใช้กับงานยิงแอดโฆษณาในแต่ละแพลตฟอร์มเป็นอย่างไรบ้าง สามาถติดต่อพวกเราทีมงาน Number 24 x Shutterstock ได้ที่
📱 099-459-5244
Inbox : https://bit.ly/3RtAnGn
LINE Official Account : https://bit.ly/3Rz00FU
Instagram : https://bit.ly/3qi0VOR
Website : https://number24.co.th
บทความโดย : Best Practices: Tips for Using Stock Photography in Ads
เรียบเรียงโดย : ทีมงานชัตเตอร์สต็อกประเทศไทย ดำเนินงานโดย นัมเบอร์ 24